ยืมเงินทางแชท จะฟ้องเอาเงินคืนได้หรือไม่

white Android smartphone beside banknotes
June 1, 2026

ปัญหาเรื่อง “ยืมเงินแล้วไม่คืน” เป็นเรื่องที่เจอกันบ่อยมาก โดยเฉพาะการยืมเงินระหว่างคนรู้จัก เพื่อน แฟน ญาติ หรือคนที่คุยกันทางออนไลน์ ตอนขอยืมพูดดีทุกอย่าง รับปากว่าจะคืนแน่นอน แต่พอถึงเวลาทวง กลับเงียบ หาย บ่ายเบี่ยง หรือบล็อกหนี

หลายคนไม่มีสัญญากู้เป็นกระดาษ เพราะตอนให้ยืมก็ไว้ใจ ไม่อยากให้เสียความรู้สึก แต่ยังมีหลักฐานเป็นแชท LINE, Facebook Messenger, Instagram, SMS หรือแชทช่องทางอื่น ๆ รวมถึงสลิปโอนเงิน

คำถามคือ ถ้ามีแค่แชทกับสลิปโอนเงิน จะฟ้องเรียกเงินคืนได้ไหม

คำตอบคือ “อาจฟ้องได้” ถ้าแชทนั้นมีข้อความเพียงพอที่จะแสดงว่าเป็นการกู้ยืมเงิน ไม่ใช่แค่การโอนเงินเฉย ๆ

กู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ

กฎหมายแพ่งวางหลักไว้ว่า การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ และมีลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้

พูดง่าย ๆ คือ ถ้ายืมเงินเกิน 2,000 บาท แล้วไม่มีหลักฐานอะไรเลย การฟ้องคดีจะมีปัญหามาก

สมัยก่อนหลักฐานที่ใช้กันคือสัญญากู้ยืมเงินเป็นกระดาษ มีข้อความว่าใครยืมเงินใคร จำนวนเท่าไหร่ จะคืนเมื่อไหร่ และให้ผู้ยืมลงลายมือชื่อไว้

แต่ปัจจุบัน การยืมเงินจำนวนมากเกิดขึ้นผ่านแชท ไม่ได้มีการเขียนสัญญากู้เป็นกระดาษ คำถามจึงเกิดขึ้นว่า “แชทถือเป็นหนังสือได้ไหม”

แชทถือเป็นหลักฐานเป็นหนังสือได้ไหม

โดยหลักแล้ว ข้อความแชทสามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานได้ เพราะกฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รับรองว่า ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง สามารถถือเป็นหนังสือหรือหลักฐานเป็นหนังสือได้

ดังนั้น แชท LINE, Facebook Messenger, SMS หรือข้อความอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ อาจใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินได้ หากข้อความนั้นแสดงให้เห็นชัดว่าเป็นการยืมเงิน และสามารถเชื่อมโยงได้ว่าผู้ส่งข้อความคือผู้ยืมจริง

แต่ต้องเข้าใจว่า ไม่ใช่ทุกแชทจะใช้ฟ้องได้ทันที ต้องดูเนื้อหาในแชทว่าเพียงพอหรือไม่

แชทแบบไหนที่ช่วยให้ฟ้องได้

แชทที่ดีควรมีข้อความสำคัญให้ครบ เช่น

  • ผู้ยืมเป็นคนขอยืมเงิน
  • ระบุจำนวนเงินที่ยืม
  • มีข้อความรับปากว่าจะคืน
  • ระบุวันคืนเงิน ถ้ามี
  • มีข้อความยอมรับภายหลังว่ายังเป็นหนี้
  • มีสลิปโอนเงินหรือหลักฐานการโอนประกอบ

ตัวอย่างข้อความที่มีประโยชน์ เช่น

“ขอยืมเงิน 20,000 บาท เดี๋ยววันที่ 30 คืนให้”

“โอนมาให้ก่อน 15,000 บาท เดือนหน้าคืนแน่นอน”

“เงินที่ยืมไป 50,000 บาท ขอผ่อนคืนเดือนละ 5,000 ได้ไหม”

“ยังไม่ได้คืนเงินที่ยืมไป เดี๋ยวสิ้นเดือนโอนให้”

ข้อความลักษณะนี้ช่วยแสดงได้ว่า เงินที่โอนไปเป็น “เงินยืม” ไม่ใช่เงินให้เปล่า ไม่ใช่ค่าของ ไม่ใช่เงินลงทุน และไม่ใช่เงินช่วยเหลือโดยไม่มีหน้าที่คืน

มีแค่สลิปโอนเงิน ฟ้องได้ไหม

สลิปโอนเงินเป็นหลักฐานสำคัญว่า มีการโอนเงินจริง แต่โดยตัวมันเองอาจยังไม่พอที่จะพิสูจน์ว่าเป็น “เงินกู้ยืม”

เพราะสลิปโอนเงินบอกได้แค่ว่า ใครโอนเงินให้ใคร จำนวนเท่าไหร่ วันไหน แต่ไม่ได้บอกเหตุผลว่าโอนเพราะอะไร

อีกฝ่ายอาจต่อสู้ได้ว่า

  • เป็นเงินให้เปล่า
  • เป็นเงินชำระหนี้อย่างอื่น
  • เป็นเงินซื้อของ
  • เป็นเงินลงทุน
  • เป็นเงินช่วยเหลือ
  • เป็นเงินที่ตกลงกันคนละเรื่อง

ดังนั้น ถ้ามีแค่สลิป แต่ไม่มีแชทหรือหลักฐานว่าผู้รับเงินยืมเงินไปจริง คดีอาจมีความเสี่ยงมากขึ้น

แชทแบบไหนยังไม่พอ

แชทบางอย่างอาจยังไม่ชัดพอ เช่น

“โอนให้หน่อย”

“ขอเงินหน่อย”

“ช่วยหน่อย เดือดร้อน”

“เดี๋ยวจัดการให้”

“เดี๋ยวค่อยว่ากัน”

ข้อความแบบนี้อาจทำให้ตีความได้หลายอย่าง ถ้าไม่มีข้อความว่าเป็นการยืมเงิน ไม่มีจำนวนเงินชัดเจน หรือไม่มีการรับปากคืนเงิน ก็อาจทำให้ฟ้องยากขึ้น

ยิ่งถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบแฟน คนคุย หรือญาติสนิท อีกฝ่ายอาจอ้างว่าเป็นเงินที่ให้ด้วยความเสน่หา ไม่ใช่เงินกู้ยืม ดังนั้นข้อความในแชทต้องชัดเจนพอสมควร

ควรให้ลูกหนี้พิมพ์ข้อความอย่างไร

ถ้าจะให้ใครยืมเงินทางแชท ควรให้ผู้ยืมพิมพ์ข้อความยืนยันไว้ก่อนโอนเงิน เช่น

“ผม/ดิฉัน ขอยืมเงินจำนวน 30,000 บาท จากคุณ … และจะคืนภายในวันที่ …”

หรือ

“ได้รับเงินยืมจำนวน 30,000 บาทแล้ว จะคืนภายในวันที่ …”

หรือ

“เงิน 30,000 บาทที่โอนมา เป็นเงินที่ผม/ดิฉันยืม และตกลงจะคืนภายในวันที่ …”

ข้อความแบบนี้ช่วยได้มาก เพราะมีทั้งจำนวนเงิน เจตนาว่าเป็นการยืม และกำหนดคืนเงิน

ถ้ามีการคิดดอกเบี้ย ก็ควรพิมพ์ให้ชัดเจนด้วย แต่ต้องไม่คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

คุยทางโทรศัพท์อย่างเดียวเสี่ยงมาก

หลายคนให้ยืมเงินเพราะคุยกันทางโทรศัพท์ อีกฝ่ายขอยืมด้วยเสียง พูดจาดี รับปากชัดเจน แต่ไม่มีแชท ไม่มีข้อความ ไม่มีสัญญา เมื่อถึงเวลาฟ้องจึงมีปัญหา เพราะพิสูจน์ยากว่าเขายืมเงินจริงหรือไม่ และตกลงกันอย่างไร

ถ้าจะให้ยืมเงิน ควรคุยผ่านแชท หรือหลังจากคุยโทรศัพท์แล้วให้เขาพิมพ์ยืนยันในแชทอีกครั้ง เช่น

“ตามที่คุยกันเมื่อกี้ ขอยืมเงิน 10,000 บาท จะคืนวันที่ 15 ใช่ไหม”

แล้วให้ผู้ยืมตอบกลับว่า

“ใช่ ยืม 10,000 บาท คืนวันที่ 15”

ข้อความสั้น ๆ แบบนี้ดีกว่าการไม่มีหลักฐานอะไรเลย

ถ้าลูกหนี้ไม่ยอมพิมพ์คำว่ายืมเงิน ทำอย่างไร

ถ้าคนที่จะยืมเงินไม่ยอมพิมพ์ข้อความให้ชัดเจนว่าเป็นการยืมเงิน ควรระวัง เพราะเมื่อมีปัญหาในภายหลัง เราอาจพิสูจน์ได้ยาก

ก่อนโอนเงินควรถามให้ชัด เช่น

“เงินนี้เป็นเงินยืมนะ จะคืนเมื่อไหร่”

“ยอด 20,000 บาทนี้ ยืมไปใช่ไหม”

“ขอให้ยืนยันหน่อยว่าจะคืนวันที่เท่าไหร่”

ถ้าอีกฝ่ายหลีกเลี่ยง ไม่ตอบให้ชัด หรือเร่งให้โอนอย่างเดียว ควรคิดให้ดีก่อนโอน เพราะถ้าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน การติดตามเงินคืนอาจยากมาก

ต้องมีลายมือชื่อไหม ถ้าเป็นแชท

กฎหมายกู้ยืมเงินพูดถึงหลักฐานเป็นหนังสือและลายมือชื่อผู้ยืม แต่ในยุคอิเล็กทรอนิกส์ ลายมือชื่ออาจไม่ได้อยู่ในรูปปากกาเซ็นบนกระดาษเสมอไป

ในทางปฏิบัติ ข้อความจากบัญชีแชทของผู้ยืม ชื่อบัญชี รูปโปรไฟล์ เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลอื่นที่เชื่อมโยงได้ว่าเป็นผู้ยืม อาจถูกนำมาใช้ประกอบการพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อความของผู้ยืมจริง

อย่างไรก็ตาม หากอีกฝ่ายปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนพิมพ์ หรือบัญชีถูกคนอื่นใช้ ก็ต้องมีหลักฐานอื่นมาประกอบ เช่น ประวัติการคุยกันต่อเนื่อง เบอร์โทร บัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีปลายทาง หรือพฤติการณ์หลังรับเงิน

หลักฐานที่ควรเก็บไว้

ถ้าต้องการฟ้องเรียกเงินคืน ควรเก็บหลักฐานให้ครบที่สุด เช่น

  • แชทตอนขอยืมเงิน
  • แชทที่ระบุจำนวนเงิน
  • แชทที่ตกลงวันคืนเงิน
  • แชทที่รับว่าติดหนี้
  • แชทตอนทวงถาม
  • สลิปโอนเงิน
  • รายการเดินบัญชี
  • ชื่อบัญชีธนาคารของผู้รับเงิน
  • เบอร์โทรศัพท์
  • โปรไฟล์ LINE หรือ Facebook
  • บัตรประชาชนหรือข้อมูลตัวตนของผู้ยืม ถ้ามี
  • ข้อความที่ผู้ยืมขอเลื่อนนัดหรือขอผ่อนชำระ

ควรเก็บภาพหน้าจอให้เห็นชื่อบัญชี วันที่ เวลา และข้อความต่อเนื่อง อย่าตัดเฉพาะบางประโยคจนขาดบริบท และถ้าเป็นไปได้ควรเก็บเครื่องเดิมหรือบัญชีเดิมไว้ เพราะอาจต้องใช้ตรวจสอบในภายหลัง

ก่อนฟ้องควรทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร

ก่อนฟ้องคดี ควรทวงถามเป็นแชทหรือหนังสือให้ชัดเจน เช่น

“ตามที่คุณยืมเงินจำนวน 30,000 บาท และตกลงจะคืนวันที่ … ขณะนี้ยังไม่ได้ชำระ ขอให้ชำระภายในวันที่ …”

ถ้าลูกหนี้ตอบกลับว่า “ขอเลื่อนก่อน” “ยังไม่มี” “เดี๋ยวทยอยคืน” หรือ “ยอมรับแต่ขอเวลา” ข้อความเหล่านี้อาจเป็นหลักฐานเพิ่มเติมได้ว่ามีหนี้จริง

ถ้าไม่ตอบเลย ก็ยังใช้เป็นหลักฐานได้ว่าเจ้าหนี้ได้ทวงถามแล้ว

ถ้าไม่ได้กำหนดวันคืนเงินไว้ ทำอย่างไร

ถ้าในแชทไม่ได้กำหนดวันคืนเงินไว้ เจ้าหนี้ควรบอกกล่าวให้ลูกหนี้คืนเงินภายในเวลาที่เหมาะสมก่อน เช่น ให้เวลา 7 วัน 15 วัน หรือระยะเวลาที่สมควรตามจำนวนเงินและพฤติการณ์

ข้อความทวงถามควรชัดเจนว่าให้คืนเงินจำนวนเท่าไหร่ ภายในวันไหน และหากไม่ชำระจะดำเนินการตามกฎหมาย

การบอกกล่าวแบบนี้ช่วยให้กำหนดเวลาชำระหนี้ชัดขึ้น และใช้ประกอบการฟ้องคดีได้

ฟ้องคดีต้องฟ้องที่ไหน

คดีเรียกเงินกู้ยืมเป็นคดีแพ่ง โดยทั่วไปสามารถยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เช่น ศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น แล้วแต่ข้อเท็จจริง

ถ้ายอดเงินไม่สูงมาก อาจต้องดูว่าอยู่ในเกณฑ์คดีมโนสาเร่หรือคดีผู้บริโภคหรือไม่ แต่โดยหลักการคือเจ้าหนี้ต้องจัดทำคำฟ้อง แนบหลักฐาน และนำสืบให้ศาลเห็นว่าเป็นการกู้ยืมเงินจริง

ยืมเงินทางแชท เป็นคดีอาญาไหม

โดยทั่วไป การยืมเงินแล้วไม่คืนเป็นเรื่องแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญาทันที

แต่ถ้าตั้งแต่แรกอีกฝ่ายหลอกลวงด้วยข้อความเท็จเพื่อให้โอนเงิน เช่น อ้างเหตุปลอม สร้างตัวตนปลอม หลอกว่าจะนำเงินไปทำสิ่งหนึ่งทั้งที่ไม่มีจริง หรือมีเจตนาทุจริตตั้งแต่แรก อาจต้องพิจารณาเรื่องฉ้อโกง

แต่ถ้าเป็นการยืมเงินจริง แล้วภายหลังไม่มีเงินคืนหรือผิดนัดชำระ ส่วนใหญ่จะเป็นคดีแพ่งเรียกเงินคืน

ดังนั้นอย่าเพิ่งสรุปว่า “ไม่คืนเงินเท่ากับโกง” ทุกกรณี ต้องดูแชทและพฤติการณ์ก่อนโอนเงินประกอบด้วย

สรุป: ยืมเงินทางแชทฟ้องได้ แต่แชทต้องชัด

ยืมเงินทางแชทสามารถฟ้องเรียกเงินคืนได้ หากแชทนั้นมีข้อความเพียงพอให้เห็นว่าเป็นการกู้ยืมเงิน และมีหลักฐานประกอบ เช่น สลิปโอนเงิน รายการเดินบัญชี และข้อความยอมรับหนี้

สิ่งที่ควรจำคือ ถ้ายอดเกิน 2,000 บาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ แชทอาจใช้เป็นหลักฐานเป็นหนังสือได้ แต่ต้องมีเนื้อหาชัดว่าเป็นการยืมเงิน ไม่ใช่แค่โอนเงินเฉย ๆ

ก่อนให้ใครยืมเงิน ควรให้เขาพิมพ์ยืนยันในแชทว่า “ยืมเงินจำนวนเท่าไหร่ และจะคืนเมื่อไหร่” อย่าคุยกันทางโทรศัพท์อย่างเดียว และควรเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ให้ครบ

หากให้ยืมไปแล้วและลูกหนี้ไม่คืน ควรนำแชท สลิปโอนเงิน และหลักฐานการทวงถามไปให้ทนายตรวจ เพื่อประเมินว่าสามารถฟ้องเรียกเงินคืนได้หรือไม่ และควรดำเนินคดีอย่างไรให้เหมาะกับหลักฐานที่มี

ติดต่อทนายความ

หากท่านมีปัญหากฎหมายเกี่ยวกับ ยืมเงินทางแชท จะฟ้องเอาเงินคืนได้หรือไม่ หรือกฎหมายเรื่องอื่นๆ ต้องการฟ้องคดี ถูกฟ้อง ได้รับหมายศาล ต้องการร่างเอกสาร หรือไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นอย่างไร สามารถส่งรายละเอียดเบื้องต้นให้ทนายตรวจสอบได้
ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น
ประเมินแนวทางคดี
อธิบายขั้นตอนและค่าใช้จ่าย
ร่างคำฟ้อง คำให้การ และคำร้อง
ดูแลการเจรจาและไกล่เกลี่ย
ดำเนินคดีในศาลโดยทนายความ
ปรึกษาทนาย