แก้ต่างจำเลยบัตรเครดิต

แก้ต่างจำเลยคดีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล

คดีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นคดีแพ่งที่พบได้บ่อยเมื่อผู้ใช้บริการผิดนัดชำระหนี้ และถูกธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต บริษัทสินเชื่อ หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ฟ้องเรียกยอดหนี้ค้างชำระ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าติดตามทวงถาม และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง

เมื่อได้รับหมายศาลในคดีลักษณะนี้ จำเลยไม่ควรนิ่งเฉยหรือรีบยอมรับยอดหนี้ตามฟ้องทันที เพราะยอดเงินที่โจทก์เรียกร้องอาจต้องตรวจสอบหลายประเด็น เช่น โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ยอดหนี้ถูกต้องหรือไม่ มีการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเกินสมควรหรือไม่ มีการนำยอดที่เคยชำระไปหักครบถ้วนหรือไม่ และคดีขาดอายุความหรือไม่

สำนักงานของเราให้บริการตรวจคำฟ้อง เอกสารท้ายฟ้อง รายการคำนวณยอดหนี้ สัญญา ใบแจ้งยอด หนังสือทวงถาม และหลักฐานการชำระเงิน เพื่อวางแนวทางแก้ต่างคดีให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำให้การ การเจรจาประนอมหนี้ การขอลดยอดหนี้ หรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล
ติดต่อผ่านไลน์
Hands signing a document on a desk.

บริการแก้ต่างจำเลยคดีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล

คดีบัตรเครดิต

คดีบัตรเครดิตมักเกิดจากการใช้บัตรเพื่อชำระค่าสินค้า บริการ หรือเบิกถอนเงินสด แล้วมีการผิดนัดชำระหนี้ภายหลัง เมื่อเจ้าหนี้ฟ้องคดี มักเรียกร้องทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นตามสัญญาบัตรเครดิต

จำเลยควรตรวจสอบว่า ยอดหนี้ที่โจทก์ฟ้องตรงกับยอดที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีการคิดดอกเบี้ยถูกต้องหรือไม่ มีการนำเงินที่เคยชำระไปหักแล้วหรือไม่ และโจทก์มีเอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับบัญชีบัตรเครดิตเพียงพอหรือไม่

ในบางคดี อาจมีประเด็นเรื่องอายุความ อำนาจฟ้องของบริษัทบริหารสินทรัพย์ การโอนสิทธิเรียกร้อง หรือความถูกต้องของเอกสารท้ายฟ้อง การให้ทนายตรวจสอบก่อนยื่นคำให้การจึงช่วยให้เห็นว่าควรต่อสู้ เจรจา หรือขอประนอมหนี้ในแนวทางใด

คดีบัตรกดเงินสด

บัตรกดเงินสดเป็นสินเชื่อที่ผู้ใช้สามารถเบิกถอนเงินสดตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และมักมีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อเกิดการผิดนัด เจ้าหนี้อาจฟ้องเรียกยอดหนี้คงค้างพร้อมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

จำเลยไม่ควรดูเฉพาะยอดรวมท้ายฟ้อง แต่ควรตรวจสอบรายการใช้วงเงิน รายการชำระเงิน ยอดคงเหลือ วันที่ผิดนัด และวิธีคำนวณดอกเบี้ย หากมีการคิดยอดไม่ถูกต้อง หรือมีรายการที่ไม่ชัดเจน อาจเป็นประเด็นที่ต้องโต้แย้งในคำให้การ

คดีบัตรกดเงินสดบางกรณีอาจเหมาะกับการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้หรือขอลดยอดชำระ แต่บางกรณีอาจต้องต่อสู้ประเด็นเรื่องยอดหนี้ ดอกเบี้ย อายุความ หรือเอกสารพิสูจน์หนี้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสารของแต่ละคดี

คดีสินเชื่อส่วนบุคคล

คดีสินเชื่อส่วนบุคคลมักเกิดจากสัญญากู้ยืมหรือสัญญาสินเชื่อที่ผู้กู้ได้รับเงินเป็นก้อนและผ่อนชำระเป็นงวด เมื่อผู้กู้ผิดนัด เจ้าหนี้อาจบอกเลิกสัญญาและฟ้องเรียกยอดหนี้คงเหลือทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ย ค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่นตามสัญญา

ประเด็นสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ สัญญาสินเชื่อสมบูรณ์หรือไม่ จำเลยได้รับเงินตามที่อ้างหรือไม่ มีการผิดนัดเมื่อใด มีการบอกเลิกสัญญาโดยชอบหรือไม่ ยอดหนี้คงเหลือถูกต้องหรือไม่ และมีการคิดดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมเกินกว่าที่ควรหรือไม่

หากจำเลยเคยชำระหนี้ไปบางส่วน หรือเคยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ควรนำหลักฐานทั้งหมดมาให้ทนายตรวจสอบ เพราะอาจมีผลต่อยอดหนี้ อายุความ หรือแนวทางการเจรจาในชั้นศาล

ข้อต่อสู้ที่อาจพบในคดีบัตรเครดิตและสินเชื่อ

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องหรือเอกสารไม่ครบถ้วน

ในบางคดี ผู้ฟ้องอาจเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากเจ้าหนี้เดิม จึงต้องตรวจสอบว่าโจทก์มีเอกสารแสดงการโอนสิทธิเรียกร้องครบถ้วนหรือไม่ และมีสิทธิฟ้องจำเลยจริงหรือไม่

ยอดหนี้ไม่ถูกต้อง

จำเลยควรตรวจสอบว่าโจทก์นำยอดชำระเดิมไปหักครบถ้วนหรือไม่ มีการคิดยอดซ้ำหรือไม่ และยอดเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นเป็นไปตามเอกสารและกฎหมายหรือไม่

ดอกเบี้ย ค่าปรับ หรือค่าธรรมเนียมสูงเกินสมควร

คดีหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อมักมีการเรียกดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายหลายรายการ หากการคำนวณไม่ชัดเจนหรือสูงเกินสมควร อาจเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบและโต้แย้งในคดี

คดีขาดอายุความ

อายุความเป็นประเด็นสำคัญในคดีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล ต้องตรวจสอบวันที่ผิดนัด วันที่ชำระครั้งสุดท้าย วันที่เจ้าหนี้บอกเลิกสัญญา และวันที่โจทก์ยื่นฟ้อง หากคดีพ้นกำหนดอายุความ จำเลยต้องยกประเด็นนี้ในคำให้การให้ชัดเจน

มีการชำระหนี้หรือเจรจาหนี้มาก่อน

หากจำเลยเคยชำระหนี้บางส่วน เคยทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เคยเจรจาลดยอด หรือมีเอกสารรับรองยอดหนี้ใหม่ ควรตรวจสอบผลทางกฎหมายของเอกสารเหล่านั้นก่อนตัดสินใจว่าจะต่อสู้หรือเจรจาอย่างไร

lady justice statue with scales and sword

แก้ต่างจำเลยบัตรเครดิต ทำไมควรปรึกษาทนายก่อนดำเนินการ 

ปัญหากฎหมายหลายเรื่องมีเงื่อนไขเรื่องเวลา พยานหลักฐาน รูปแบบเอกสาร และขั้นตอนของศาล หากดำเนินการผิดขั้นตอน อาจทำให้เสียเปรียบหรือเสียสิทธิในการต่อสู้คดี

การปรึกษาทนายตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ท่าน:

– เข้าใจสิทธิ หน้าที่ และความเสี่ยงของตนเอง
– รู้ว่าควรฟ้องคดี ต่อสู้คดี เจรจา หรือไกล่เกลี่ย
– เตรียมพยานหลักฐานและเอกสารได้ถูกต้อง
– ลดความเสี่ยงจากการดำเนินการผิดขั้นตอน
– วางแผนค่าใช้จ่ายและระยะเวลาดำเนินการได้ชัดเจนขึ้น

selective focus photography of three books beside opened notebook

ดูแลโดยทนายความที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย

ให้บริการปรึกษากฎหมาย แก้ต่างจำเลยบัตรเครดิต หรือกฎหมายเรื่องอื่นๆ วางแนวทางคดี จัดทำเอกสาร และดำเนินคดีในศาล โดยทนายความที่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นทนายความตามกฎหมาย

ในการนัดพบเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับ แก้ต่างจำเลยบัตรเครดิต  หรือกฎหมายเรื่องอื่นๆ เรายินดีแสดงใบอนุญาตให้เป็นทนายความ เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจว่าได้รับคำปรึกษาและการดูแลคดีจากผู้ประกอบวิชาชีพทนายความโดยตรง
a judge's gaven on a wooden table

คุณวุฒิ

สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
– เนติบัณฑิตไทย
 
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– นิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง

หลักการทำงานของเรา

1
ค่าบริการเป็นธรรมและชัดเจน
ค่าบริการจะพิจารณาจากลักษณะงาน ความซับซ้อนของคดี ปริมาณเอกสาร ระยะเวลา และขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ โดยจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบก่อนตกลงใช้บริการ เพื่อให้ท่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงภายหลัง
2
ดูแลผลประโยชน์ของลูกความอย่างเต็มที่
เรามุ่งดูแลและปกป้องผลประโยชน์ของท่านตามหลักวิชาชีพทนายความ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ตรวจเอกสาร วางแนวทางคดี ร่างคำฟ้อง คำให้การ คำร้อง เจรจา ไกล่เกลี่ย ไปจนถึงการดำเนินคดีในศาลตามขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมาย
3
โปร่งใสในทุกขั้นตอน
ทุกขั้นตอนการดำเนินงานจะมีการอธิบายแนวทาง เหตุผล ข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงของคดีให้ท่านเข้าใจอย่างชัดเจน เพื่อให้ท่านรับทราบความคืบหน้าและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในประเด็นสำคัญของคดี

ติดต่อทนายความ

หากท่านมีปัญหากฎหมายเกี่ยวกับ แก้ต่างจำเลยบัตรเครดิต หรือกฎหมายเรื่องอื่นๆ ต้องการฟ้องคดี ถูกฟ้อง ได้รับหมายศาล ต้องการร่างเอกสาร หรือไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นอย่างไร สามารถส่งรายละเอียดเบื้องต้นให้ทนายตรวจสอบได้
ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น
ประเมินแนวทางคดี
อธิบายขั้นตอนและค่าใช้จ่าย
ร่างคำฟ้อง คำให้การ และคำร้อง
ดูแลการเจรจาและไกล่เกลี่ย
ดำเนินคดีในศาลโดยทนายความ
ปรึกษาทนาย