อยากทำพินัยกรรม เริ่มอย่างไรดี

fountain pen on black lined paper
June 1, 2026

การทำพินัยกรรมเป็นการวางแผนเรื่องทรัพย์สินหลังเสียชีวิต เพื่อให้ทรัพย์สินถูกส่งต่อไปยังคนที่เราต้องการ และช่วยลดปัญหาการโต้แย้งกันระหว่างทายาทในภายหลัง

หลายคนคิดว่าการทำพินัยกรรมเป็นเรื่องของคนมีทรัพย์สินมาก หรือเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้ว หากมีทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน เงินฝาก รถ หุ้น กิจการ หรือทรัพย์สินที่อยากจัดสรรให้ชัดเจน การทำพินัยกรรมไว้ตั้งแต่ยังมีสติและสุขภาพดี เป็นเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างมาก

เพราะเมื่อถึงวันที่เจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตแล้ว หากไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์มรดกจะตกแก่ทายาทตามกฎหมาย ซึ่งบางครั้งอาจไม่ตรงกับความประสงค์ของผู้ตาย หรือทำให้ทายาทต้องตกลงแบ่งทรัพย์กันเองจนเกิดปัญหาภายในครอบครัว

บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า ถ้าอยากทำพินัยกรรมควรเริ่มอย่างไร พินัยกรรมมีกี่แบบ ต้องระวังอะไร และเมื่อไหร่ที่ควรให้ทนายช่วยร่าง

พินัยกรรมคืออะไร

พินัยกรรม คือ เอกสารหรือการแสดงเจตนาตามแบบที่กฎหมายกำหนด เพื่อกำหนดว่าเมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์สินของตนจะตกแก่ใคร อย่างไร

ตัวอย่างเช่น

  • ยกบ้านให้บุตรคนใดคนหนึ่ง
  • ยกที่ดินให้คู่สมรส
  • ยกเงินฝากให้หลาน
  • แบ่งทรัพย์สินให้บุตรแต่ละคนไม่เท่ากัน
  • ตั้งผู้จัดการมรดก
  • กำหนดให้ขายทรัพย์สินแล้วแบ่งเงิน
  • ยกทรัพย์บางส่วนให้มูลนิธิหรือบุคคลอื่น

การทำพินัยกรรมช่วยให้เจตนาของเจ้าของทรัพย์สินชัดเจนขึ้น และลดโอกาสที่ทายาทจะตีความหรือโต้แย้งกันภายหลัง

ทำไมควรทำพินัยกรรม

การทำพินัยกรรมมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น

  • กำหนดได้ว่าทรัพย์สินใดจะให้ใคร
  • ลดปัญหาทายาททะเลาะกัน
  • ช่วยให้การจัดการมรดกง่ายขึ้น
  • ป้องกันไม่ให้ทรัพย์ตกแก่คนที่เราไม่ประสงค์จะให้
  • กำหนดผู้จัดการมรดกไว้ล่วงหน้าได้
  • จัดสรรทรัพย์สินให้เหมาะกับสภาพครอบครัว
  • ดูแลคนที่ไม่ใช่ทายาทโดยธรรมได้ เช่น คู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียน ลูกเลี้ยง หรือผู้มีพระคุณ

บางครอบครัวไม่มีปัญหากันตอนเจ้าของทรัพย์ยังมีชีวิต แต่เมื่อเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์สินกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การมีพินัยกรรมที่ชัดเจนจะช่วยลดความขัดแย้งได้มาก

เริ่มทำพินัยกรรมต้องเตรียมอะไรบ้าง

ก่อนร่างพินัยกรรม ควรเตรียมข้อมูลให้ชัดเจนก่อน ไม่ควรเริ่มจากการเขียนทันทีโดยยังไม่รู้ว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้างหรือจะให้ใครอย่างไร

สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่

  1. รายการทรัพย์สิน
    เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด รถยนต์ เงินฝาก หุ้น กองทุน ทองคำ เครื่องประดับ หรือทรัพย์สินอื่น
  2. เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สิน
    เช่น โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร เล่มทะเบียนรถ เอกสารหุ้น หรือเอกสารกรรมสิทธิ์ต่าง ๆ
  3. รายชื่อผู้ที่จะได้รับทรัพย์
    ควรระบุชื่อ นามสกุล ความสัมพันธ์ และข้อมูลให้ชัดเจน
  4. วิธีแบ่งทรัพย์
    จะยกให้ใครทั้งชิ้น แบ่งเป็นสัดส่วน หรือให้ขายแล้วแบ่งเงิน
  5. ผู้จัดการมรดก
    ควรเลือกคนที่ไว้ใจได้ มีความสามารถ และไม่มีปัญหาขัดแย้งรุนแรงกับทายาท
  6. ข้อมูลทายาทโดยธรรม
    เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา พี่น้อง หรือบุคคลที่อาจมีสิทธิในมรดก

ยิ่งเตรียมข้อมูลชัด พินัยกรรมก็ยิ่งรัดกุมและลดปัญหาในภายหลัง

พินัยกรรมมีกี่แบบ

กฎหมายกำหนดแบบของพินัยกรรมไว้หลายแบบ โดยที่พบบ่อยมีดังนี้

1. พินัยกรรมแบบธรรมดา

พินัยกรรมแบบธรรมดาเป็นแบบที่นิยมใช้มาก สามารถพิมพ์หรือเขียนเป็นเอกสารก็ได้ แต่ต้องมีองค์ประกอบสำคัญ เช่น

  • ทำเป็นหนังสือ
  • ลงวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม
  • ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อ
  • มีพยานอย่างน้อย 2 คน
  • ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงชื่อ ต่อหน้าพยานพร้อมกัน
  • พยานต้องลงชื่อรับรองลายมือชื่อในขณะนั้น

แบบนี้เหมาะกับกรณีที่ต้องการร่างพินัยกรรมอย่างเป็นระบบ มีรายละเอียดทรัพย์สินหลายรายการ หรืออยากให้ทนายช่วยร่างข้อความให้ชัดเจน

ข้อควรระวังคือ พยานต้องมีคุณสมบัติถูกต้อง และไม่ควรเป็นผู้รับประโยชน์ตามพินัยกรรม เพราะอาจเกิดปัญหาภายหลังได้

2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

พินัยกรรมแบบนี้ ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยลายมือของตนเองทั้งหมด ทั้งข้อความ วัน เดือน ปี และลายมือชื่อ

ข้อดีคือ ไม่ต้องมีพยาน เหมาะกับกรณีที่ต้องการทำเองอย่างง่าย และทรัพย์สินไม่ซับซ้อนมาก

แต่ข้อควรระวังคือ ต้องเขียนเองทั้งฉบับจริง ๆ หากมีการพิมพ์บางส่วนหรือให้คนอื่นเขียนแทน อาจมีปัญหาเรื่องความสมบูรณ์ของพินัยกรรมได้

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ แม้ไม่ต้องมีพยาน แต่ถ้าเขียนข้อความไม่ชัด เช่น ระบุทรัพย์ไม่ชัด ระบุผู้รับไม่ชัด หรือแบ่งสัดส่วนไม่ชัด ทายาทอาจตีความต่างกันและเกิดข้อพิพาทได้

3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง คือการไปทำพินัยกรรมต่อเจ้าหน้าที่ที่อำเภอหรือสำนักงานเขต โดยแจ้งข้อความที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่จดไว้ และมีพยานอย่างน้อย 2 คน

แบบนี้มีข้อดีคือมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง มีขั้นตอนเป็นทางการ และช่วยลดปัญหาเรื่องรูปแบบพินัยกรรมได้ระดับหนึ่ง

เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำพินัยกรรมให้มีความเป็นทางการ หรือกังวลเรื่องการเก็บรักษาเอกสาร

4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

พินัยกรรมแบบเอกสารลับ คือผู้ทำพินัยกรรมทำเอกสารพินัยกรรมไว้ แล้วปิดผนึกเป็นความลับ จากนั้นนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่และพยานตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

แบบนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้รายละเอียดในพินัยกรรมขณะยังมีชีวิตอยู่ แต่ต้องทำให้ถูกขั้นตอน เพราะหากทำผิดแบบ อาจเกิดปัญหาเรื่องความสมบูรณ์ได้

5. พินัยกรรมแบบวาจา

พินัยกรรมแบบวาจาเป็นกรณีพิเศษ ใช้ได้เฉพาะเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย มีโรคระบาด หรืออยู่ในภาวะฉุกเฉินร้ายแรง

แบบนี้ไม่ใช่แบบที่ควรเลือกใช้ในสถานการณ์ปกติ เพราะมีเงื่อนไขเฉพาะและอาจเกิดปัญหาพิสูจน์ภายหลังได้ง่าย

หากยังมีเวลาและสามารถทำเอกสารได้ ควรทำพินัยกรรมเป็นหนังสือให้ถูกต้องจะปลอดภัยกว่า

ควรเลือกพินัยกรรมแบบไหนดี

ถ้าทรัพย์สินไม่มาก และต้องการทำเองแบบง่ายที่สุด พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องเขียนเองทั้งหมดและระบุข้อความให้ชัด

ถ้ามีทรัพย์สินหลายรายการ เช่น ที่ดินหลายแปลง เงินฝากหลายบัญชี หุ้น กิจการ หรือมีทายาทหลายคน ควรใช้พินัยกรรมแบบธรรมดาที่ร่างอย่างละเอียด หรือปรึกษาทนายเพื่อช่วยจัดโครงสร้างข้อความ

ถ้าต้องการความเป็นทางการและมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง อาจพิจารณาทำแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่อำเภอหรือสำนักงานเขต

สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เลือกแบบพินัยกรรม แต่ต้องทำให้ถูกแบบและเขียนเนื้อหาให้ชัดเจนด้วย

เนื้อหาในพินัยกรรมควรมีอะไรบ้าง

พินัยกรรมที่ดีควรมีข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรม
  • ข้อความยืนยันว่าทำพินัยกรรมด้วยสติสัมปชัญญะสมบูรณ์
  • รายการทรัพย์สินที่จะจัดสรร
  • ชื่อผู้รับทรัพย์สินแต่ละรายการ
  • สัดส่วนหรือวิธีแบ่งทรัพย์สิน
  • เงื่อนไขพิเศษ ถ้ามี
  • การตั้งผู้จัดการมรดก
  • การเพิกถอนพินัยกรรมฉบับก่อน ถ้ามี
  • วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม
  • ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม
  • ลายมือชื่อพยาน กรณีใช้แบบที่ต้องมีพยาน

ควรหลีกเลี่ยงข้อความกว้าง ๆ เช่น “ให้แบ่งกันตามสมควร” หรือ “ให้ลูก ๆ จัดการกันเอง” เพราะอาจทำให้ตีความไม่ตรงกันและนำไปสู่ข้อพิพาท

ระบุทรัพย์สินให้ชัด

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ พินัยกรรมเขียนทรัพย์สินไม่ชัด เช่น “บ้านของข้าพเจ้า” แต่ผู้ทำพินัยกรรมมีบ้านหลายหลัง หรือเขียนว่า “เงินในธนาคาร” แต่มีหลายบัญชี

ควรระบุทรัพย์สินให้ชัดที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น

  • ที่ดินโฉนดเลขที่ใด
  • ห้องชุดเลขที่ใด
  • รถยนต์ทะเบียนอะไร
  • บัญชีธนาคารใด เลขบัญชีอะไร
  • หุ้นหรือกองทุนประเภทใด
  • ทรัพย์สินใดให้แก่ใคร

ถ้าเป็นทรัพย์สินที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เช่น เงินฝากหรือหุ้น ควรเขียนให้รอบคอบเพื่อให้ใช้ได้แม้ยอดเงินเปลี่ยนไปในอนาคต

ระบุผู้รับพินัยกรรมให้ชัด

ควรระบุชื่อผู้รับทรัพย์ให้ชัดเจน เช่น ชื่อ นามสกุล ความสัมพันธ์ และถ้าเป็นไปได้ควรมีเลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลอื่นที่ช่วยยืนยันตัวบุคคล

ไม่ควรเขียนกำกวม เช่น “ให้หลานชายของข้าพเจ้า” หากมีหลานชายหลายคน หรือ “ให้คนที่ดูแลข้าพเจ้า” เพราะอาจทำให้เกิดการโต้แย้งว่าใครคือผู้รับพินัยกรรมที่แท้จริง

ควรตั้งผู้จัดการมรดกไว้หรือไม่

ในหลายกรณีควรตั้งผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรม โดยเฉพาะถ้ามีทรัพย์สินที่ต้องโอน เช่น ที่ดิน เงินฝาก รถ หรือทรัพย์สินหลายรายการ

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของผู้ตาย เช่น ติดต่อสำนักงานที่ดิน ธนาคาร กรมการขนส่ง หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดำเนินการตามพินัยกรรม

ควรเลือกคนที่ไว้ใจได้ มีความรับผิดชอบ และสามารถประสานกับทายาทได้ดี หากครอบครัวมีความขัดแย้ง ควรพิจารณาเลือกผู้จัดการมรดกอย่างรอบคอบ เพราะผู้จัดการมรดกเป็นตำแหน่งสำคัญมากหลังผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิต

พยานพินัยกรรมต้องระวัง

พินัยกรรมบางแบบต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน การเลือกพยานจึงสำคัญมาก

พยานควรเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะ มีสติสัมปชัญญะดี อ่านออกเขียนได้ และไม่ควรเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมหรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์ เพราะอาจมีผลต่อความสมบูรณ์หรือสิทธิของผู้รับพินัยกรรม

หลายคดีมีปัญหาเพราะใช้พยานผิดคน พยานไม่อยู่พร้อมกัน หรือพยานลงชื่อไม่ถูกขั้นตอน ดังนั้นถ้าทำพินัยกรรมแบบธรรมดา ควรให้ความสำคัญกับพยานมากเป็นพิเศษ

ถ้ามีพินัยกรรมเก่าอยู่แล้ว ทำฉบับใหม่ได้ไหม

ผู้ทำพินัยกรรมสามารถเปลี่ยนใจและทำพินัยกรรมฉบับใหม่ได้ หากต้องการแก้ไขการแบ่งทรัพย์ เปลี่ยนผู้รับทรัพย์ หรือเปลี่ยนผู้จัดการมรดก

โดยทั่วไปควรเขียนในพินัยกรรมฉบับใหม่ให้ชัดว่า ให้เพิกถอนพินัยกรรมฉบับก่อนทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อป้องกันการตีความว่าพินัยกรรมหลายฉบับขัดกันอย่างไร

ถ้ามีพินัยกรรมหลายฉบับและข้อความไม่ตรงกัน อาจเกิดข้อพิพาทระหว่างทายาทได้ง่าย

ทำพินัยกรรมแล้วควรเก็บไว้ที่ไหน

เมื่อทำพินัยกรรมแล้ว ควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และควรมีคนที่ไว้ใจได้รู้ว่าพินัยกรรมอยู่ที่ไหน แต่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดให้ทุกคนรู้

สถานที่เก็บอาจเป็น

  • ตู้เซฟ
  • ที่เก็บเอกสารสำคัญ
  • สำนักงานทนายความ
  • อำเภอหรือสำนักงานเขต กรณีทำตามแบบที่เกี่ยวข้อง
  • ฝากไว้กับบุคคลที่ไว้วางใจ

ข้อควรระวังคือ ถ้าพินัยกรรมหาย ถูกทำลาย หรือไม่มีใครรู้ว่ามีพินัยกรรม อาจทำให้เจตนาของผู้ทำพินัยกรรมไม่ถูกนำไปใช้จริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำพินัยกรรม

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย เช่น

  • ไม่ลงวัน เดือน ปี
  • ลายมือชื่อไม่ครบ
  • พยานไม่ครบ 2 คน
  • พยานไม่ได้อยู่พร้อมกัน
  • ใช้ผู้รับพินัยกรรมเป็นพยาน
  • แก้ไข ขูดลบ หรือเติมข้อความโดยไม่ลงชื่อกำกับ
  • ระบุทรัพย์สินไม่ชัด
  • ระบุผู้รับทรัพย์ไม่ชัด
  • ไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดก
  • ทำหลายฉบับแต่ข้อความขัดกัน
  • ผู้ทำพินัยกรรมมีปัญหาเรื่องสติสัมปชัญญะ ทำให้ถูกโต้แย้งภายหลัง

ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้พินัยกรรมบางส่วนหรือทั้งหมดถูกโต้แย้งได้

กรณีไหนควรให้ทนายช่วยร่างพินัยกรรม

แม้พินัยกรรมบางแบบจะทำเองได้ แต่กรณีต่อไปนี้ควรปรึกษาทนายก่อน

  • มีที่ดิน บ้าน หรือทรัพย์สินหลายรายการ
  • มีทายาทหลายคน
  • ต้องการแบ่งทรัพย์ไม่เท่ากัน
  • มีคู่สมรสและบุตรหลายชุด
  • มีบุตรนอกสมรสหรือทายาทที่อาจโต้แย้งกัน
  • ต้องการยกทรัพย์ให้คนที่ไม่ใช่ทายาทโดยธรรม
  • มีทรัพย์สินร่วมระหว่างสามีภรรยา
  • มีหนี้สิน
  • มีธุรกิจ หุ้น หรือกิจการครอบครัว
  • ต้องการตั้งผู้จัดการมรดก
  • เคยทำพินัยกรรมไว้แล้วและต้องการแก้ไข
  • กังวลว่าทายาทบางคนจะคัดค้าน

ทนายจะช่วยตรวจว่าทรัพย์สินใดเป็นของผู้ทำพินัยกรรมจริง ทรัพย์ใดเป็นสินสมรส ควรเขียนข้อความอย่างไร และควรทำพินัยกรรมแบบใดให้เหมาะกับสถานการณ์

สรุป: ทำพินัยกรรมไม่ยาก แต่ต้องชัดและถูกแบบ

หากอยากทำพินัยกรรม ควรเริ่มจากการรวบรวมรายการทรัพย์สิน กำหนดว่าจะให้ใคร ได้อะไร เลือกผู้จัดการมรดก และเลือกแบบพินัยกรรมให้เหมาะสม

พินัยกรรมที่ดีไม่ใช่แค่เขียนว่า “ยกทรัพย์ให้ใคร” แต่ต้องทำให้ถูกแบบตามกฎหมาย ระบุทรัพย์สินและผู้รับให้ชัดเจน เลือกพยานให้ถูกต้อง และเก็บเอกสารไว้ในที่ปลอดภัย

ถ้าทรัพย์สินไม่ซับซ้อน อาจทำพินัยกรรมเองได้ แต่ถ้ามีทรัพย์สินหลายอย่าง มีทายาทหลายคน หรือคาดว่าจะมีข้อโต้แย้งในอนาคต ควรให้ทนายช่วยร่างหรืออย่างน้อยช่วยตรวจพินัยกรรมก่อนลงลายมือชื่อ เพื่อให้เจตนาของผู้ทำพินัยกรรมมีผลจริงและลดปัญหาหลังเสียชีวิต

ติดต่อทนายความ

หากท่านมีปัญหากฎหมายเกี่ยวกับ อยากทำพินัยกรรม เริ่มอย่างไรดี หรือกฎหมายเรื่องอื่นๆ ต้องการฟ้องคดี ถูกฟ้อง ได้รับหมายศาล ต้องการร่างเอกสาร หรือไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นอย่างไร สามารถส่งรายละเอียดเบื้องต้นให้ทนายตรวจสอบได้
ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น
ประเมินแนวทางคดี
อธิบายขั้นตอนและค่าใช้จ่าย
ร่างคำฟ้อง คำให้การ และคำร้อง
ดูแลการเจรจาและไกล่เกลี่ย
ดำเนินคดีในศาลโดยทนายความ
ปรึกษาทนาย